ลดคำว่า 「サインが出たのに逆行した」ลงไป ปรับมุมมองแนวโน้มระยะยาวโดยคิดเป็น Gold Canon
เราจะหยิบหัวข้อที่ไม่ค่อยเรียบง่ายในการตัดสินใจเข้าเมื่อดูกรอบเวลากันบ้าง ซึ่งคือ “จะดูกรอบเวลไหนเพื่อตัดสินใจเข้าเทรด”
1.เมื่อรู้สึกว่า “สัญญาณไม่ทำตามที่คาด”
หลังจากที่สัญญาณเข้าได้ถูกกำหนดไว้แล้วยังมีราคาย้อนกลับมาพลิกทิศทางหรือไม่ ที่คุณเคยสงสัยว่า “ทำไมในจังหวะนี้ถึงเกิดการเคลื่อนไหวนั้น”
สาเหตุมีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือกรณีที่ “กรอบเวลาที่มองดูสั้นเกินไป”
ตัวอย่างเช่น หากมองเฉพาะกรอบเวลา 5 นาที เมื่อจุดนั้นดูเหมือนจะลง แต่มองด้วยกรอบเวลา 1 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมงจริง ๆ แล้วอาจเป็นการปรับฐานชั่วคราวในช่วงที่กำลังขึ้นอย่างมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก
ถ้ามองแค่กรอบเวลาสั้น ๆ จะทำให้ไม่สามารถเห็นทิศทางใหญ่ ๆ ได้
2.เหตุผลที่มองดูกรอบเวลาสั้น ๆ มากไป
กรอบเวลาสั้นมีการเคลื่อนไหวของราคาที่ละเอียด ทำให้ดูเหมือนได้โอกาสเข้าเทรดมาก และผู้เริ่มต้นมักจะติดจอให้เห็นอย่างมาก
การเคลื่อนไหวของราคาที่ผันผวนทำให้ความรู้สึกอยากตัดสินใจทันทีเข้มข้นขึ้น จึงอาจละเลยขั้นตอนการตรวจสอบกรอบเวลานานขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากตัดสินใจด้วยกรอบเวลาสั้น ๆ เท่านั้น โอกาสในการเข้าเทรดที่สวนกับแนวใหญ่จะสูงขึ้น
ถึงแม้จะมีสัญญาณดี แต่หากแนวใหญ่หันไปทางตรงกันข้าม สัญญาณนั้นอาจกลับตัวก่อนที่จะขยายตามไป
3.ความหมายของการตรวจสอบกรอบเวลาย่อย (กรอบเวลายาวขึ้น)
แนวคิดที่มีประโยชน์คือการตรวจสอบ “กรอบเวลาย่อยที่สูงขึ้น” ซึ่งมีกรอบเวลาที่ใหญ่กว่าที่เรามักดูอยู่
ตัวอย่างเช่น หากปกติคุณตัดสินใจเข้าเทรดจากกรอบเวลา 15 นาที ก็ควรตรวจสอบแนวภาพรวมด้วย 4 ชั่วโมงหรือต่อวันก่อน แล้วค่อยมาวัดจังหวะที่ 15 นาที นี่คือวิธีมองแบบสองขั้น
วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบกรอบเวลาย่อยที่สูงกว่าไม่ใช่เพื่อทำนายการเคลื่อนไหวของราคา
แต่เพื่อมีแผนที่โดยรวมว่า “ในตอนนี้แนวใหญ่ไปทางไหน”
การมีแผนที่ไว้จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการตัดสินใจเมื่อเทียบกับการดูแค่เส้นทางเล็ก ๆ โดยไม่เห็นภาพรวม
4.สามขั้นตอนที่นำไปใช้ง่าย
การวิเคราะห์กรอบเวลาหลายกรอบอย่างละเอียดทันทีเป็นภาระหนักสำหรับผู้เริ่มต้น
ลองเริ่มจากขั้นตอนที่เรียบง่ายก่อน
ขั้นแรก คือ การเพิ่มกรอบเวลให้ดูสูงขึ้นอีกหนึ่งกรอบเพื่อเป็นนิสัย
ไม่จำเป็นต้องดูกรอบเวลทั้งหมด แค่ดูกรอบเวลที่สูงกว่าเดิมหนึ่งระดับก็ทำให้มุมมองเปลี่ยนไปมาก
ขั้นที่สอง เมื่อสัญญาณตรงกับทิศทางตรงกันกับกรอบเวลสูงกว่าให้มีความระมัดระวังมากขึ้น
ไม่จำเป็นต้องพลาดสัญญาณเข้าเสมอไป แต่ให้ลดขนาดล็อตลงมาหรือเวลาดูสถานการณ์ให้นานขึ้น เพื่อให้การตัดสินใจมั่นคงขึ้น
ขั้นที่สาม บันทึกสัญญาณเมื่อทิศทางของกรอบเวลสูงกว่าและต่ำกว่าสอดคล้องกันและเมื่อไม่สอดคล้องกัน
หากบันทึกถึงความแตกต่างของผลลัพธ์เมื่อสอดคล้องกันและไม่สอดคล้องกัน จะช่วยให้เห็นแนวโน้มส่วนตัวชัดขึ้น
5.เครื่องมือสัญญาณเป็น “มุมมองอีกด้านหนึ่ง”
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบหลายกรอบเวลในทุกครั้งอาจเป็นเรื่องหนัก โดยเฉพาะตอนเริ่มต้น
ในสถานการณ์เช่นนี้ เครื่องมือสัญญาณอย่าง Gold Canon มักถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ
Gold Canon เป็นเครื่องมือที่รวมฟังก์ชันระบุจุดเข้าออกเป็นสัญญาณ และรองรับการใช้งานแบบกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งสรุปผลการทดสอบความสำเร็จ สถิติการได้รับ pip และรายได้ไว้ในรูปแบบแผงเพื่อดูได้ง่าย
สัญญาณโดยตัวมันเองจะถูกแสดงบนกรอบเวลาใดกรอบเวลาหนึ่ง แต่ถ้าคุณดูแนวใหญ่ด้วยกรอบเวลสูงกว่าและใช้งานสัญญาณเป็นแนวทางก็จะช่วยให้การตัดสินใจไม่พึ่งพาแค่ความรู้สึก
แน่นอนว่า การตรวจสอบกรอบเวลสูงกว่าก็ไม่ได้รับประกันว่าการสัญญาณจะทำกำไรเสมอไป
ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงสำหรับการตัดสินใจเท่านั้น ไม่รับประกันผลในอนาคต
การตัดสินใจขั้นสุดท้ายและความรับผิดชอบอยู่ที่ผู้ใช้งานเอง
นอกจากนี้ รูปแบบที่ “ถูกต้องแน่นอน” สำหรับการมองกรอบเวลสูงสุดไม่มีอยู่จริง
หากคุณเป็นนักเทรดเดย์เทรด ควรตั้งค่าไว้ว่าใดกรอบเวลาเป็นกรอบเวลาสูงกว่า เช่น 4 ชั่วโมงและรายวัน หรือถ้าคุณทำการเทรดในระยะสั้นมาก ก็ควรเลือกกรอบเวลา 1 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมง ตามสไตล์การเทรดของคุณ และกำหนดให้กรอบเวลานั้นเป็นกรอบสูง
แม้ในตอนเริ่มต้นจะใช้งานไม่คล่อง จงค่อย ๆ ลองบันทึกและหาชุดผสมที่เหมาะกับตัวเองไปทีละน้อย
6.สรุป
ถ้าหากดูกรอบเวลาสั้น ๆ มากเกินไป อาจทำให้พลาดแนวภาพรวมและถูกสัญญาณมากระทบได้
การตรวจสอบกรอบเวลสูงขึ้นหนึ่งกรอบร่วมกับกรอบเวลปกติ ก็เป็นการช่วยให้การตัดสินใจมีเสถียรภาพมากขึ้น
อย่าคิดมากเกินไป ลองเริ่มด้วยการเพิ่มกรอบเวลหนึ่งกรอบดูก่อนเป็นจุดเริ่มต้น
หากคุณต้องการรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Gold Canon ไปยังหน้ารายละเอียดรายละเอียดหน้าโปรดดูได้เลย